เจาะกลยุทธ์ “กุนซือ” บุนเดสลีกาลีก

บุนเดสลีกานั้นเป็นลีกที่ขึ้นชื่อว่ามีการใช้ไหวพริบและกลยุทธ์ต่อสู้กันอย่างเข้มข้น ทั้งเกมรับที่แข็งแกร่งเปี่ยมประสิทธิภาพตามมาตรฐานเยอรมัน ผนวกกับเกมรุกที่หลากหลายและโจมตีได้อย่างอิสระจนทำให้เกมการแข่งขันเป็นที่น่าดูน่าชมเสมอ ทั้งหมดนี้ต้องยกผลประโยชน์ให้โค้ชสายเลือดใหม่อย่าง นิโก้ โควัช ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ฟลอเรียนโคห์ลเฟลด์ รวมทั้งสองโค้ชมากประสบการณ์อย่างลูเซียง ฟาฟร์ และ ราล์ฟ รังนิก

เจาะกลยุทธ์

 ที่กล่าวถึงเป็นเพียง 5 จาก 25 กุนซือทั้งหมดที่มีส่วนร่วมใน 306 เกมบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ซึ่งมีแผนการเล่นที่ปรากฏทั้งหมดถึง 25 รูปแบบด้วยกัน ทั้งแบบกองหลังสี่คนหรือสามคน และการจัดทัพมิดฟิลด์และกองหน้าอีกมากมายหลายแบบ เรามาเจาะลึกกันว่าแผนการเล่นแบบไหนที่ประสบความสำเร็จ แบบไหนที่ล้มเหลว แนวรับ 3 หรือ 4 ตัวดีกว่ากัน และควรมีกองหน้าในทีมกี่คนดี…

         การกลับมาของระบบ 4-4-2

    ระบบนี้เคยกลายเป็นระบบที่ล้าสมัยไปแล้วโดยเฉพาะในอังกฤษ แต่ในฤดูกาลนี้ระบบ 4-4-2 ถูกนำกลับมาใช้มากขึ้นโดยพบได้ถึง 28% หลังจากในฤดูกาลที่แล้วพบแค่เพียง 18% โดยสโมสรที่นำมาใช้บ่อยที่สุดคือไมนซ์ (25 นัด) ไฟรบวร์ก (24) และแอร์เบ ไลป์ซิก (23) แสดงให้เห็นว่าระบบนี้มีความเหมาะสมกับสโมสรที่อยู่ทั้งหัว/กลาง/ท้ายตาราง และเหมาะกับหลายๆ สถานการณ์ของเกม 

    ทีมที่ใช้ระบบ 4-4-2 มีอัตราชนะสูงถึง 45% ใกล้เคียงกับระบบ 4-3-3 (47%) และระบบ 4-2-3-1 (46%) มากทีเดียว ซึ่งสองระบบหลังคือระบบที่นิโก้ โควัชใช้กับบาเยิร์น มิวนิค และฟาฟร์ใช้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ตามลำดับนั่นเอง 

    ถ้าตัดบาเยิร์นและดอร์ทมุนด์ออกไป อัตราการชนะของระบบ 4-3-3 จะตกลงไปเหลือ 42% และระบบ 4-2-3-1 เหลือ 38% เท่านั้น 

      ยืนหลังสามตัว

    การใช้กองหลังสามคนพบได้ในแผนการเล่นของนาเกลส์มันน์ (ฮอฟเฟนไฮม์) อาดี้ ฮึทเทอร์ (ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต) และโดเมนิโก เทเดสโก้ กับ ฮูบ สเตเวนส์ (ชาลเค่อ) แล้วยังถูกใช้กับแทบทุกทีมในบุนเดสลีกายกเว้นบาเยิร์น ดอร์ทมุนด์ และโวล์ฟสบวร์ก โดยในฤดูกาลนี้พบว่ามีการใช้กองหลังสามคน 28% ลดลงจากในฤดูกาลก่อนที่พบ 28% ไม่เพียงแต่อัตราการใช้งานที่ลดลง แต่อัตราการประสบความสำเร็จจากกองหลัง 3 คนก็ลดลงด้วย โดยเฉพาะกับชาลเค่อและฮอฟเฟนไฮม์ที่ใช้ระบบนี้มีอัตราเก็บชัยชนะลดลงจาก 31% ในฤดูกาลก่อนเหลือเพียง 24% ในฤดูกาลนี้ (จบที่อันดับ 14 และ 9 ตามลำดับ)

เจาะกลยุทธ์

    ในทางกลับกันการใช้กองหลัง 4 คนกลับประสบความสำเร็จมากขึ้นจาก 40% เป็น 43% แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าการยืนหลัง 3 คน ในซีซั่นนี้แฟรงค์เฟิร์ตคือทีมที่ใช้ระบบกองหลัง 3 คนบ่อยที่สุดในลีก น่าเสียดายที่พวกเขามาพลาดตั๋วลุยศึกฟุตบอลยุโรปในเกมสุดท้ายของฤดูกาล แต่สถิติเกมรับของทีมอินทรีแดง-ดำก็ถือว่ายังติดท็อป 5 ของลีกและสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูโรป้า ลีกได้ อาดี้ ฮึทเทอร์ได้แสดงให้เราเห็นว่าแผนนี้เวิร์คหากใช้ผู้เล่นและกลยุทธ์ที่ถูกต้อง มี 4 เกมที่เขาไม่ได้ใช้ระบบกองหลัง 3 คนปรากฏว่าแฟรงค์เฟิร์ตเอาชนะคู่แข่งได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น

    ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลจะพบว่าไลป์ซิกก็ใช้กองหลังสามคนเสมอและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยที่พวกเขาไม่แพ้ถึง 9 เกมและเอาชนะได้ 6 เกมเมื่อใช้กองหลังสามคน

    กองหน้ากี่คนดี?

    เพราะระบบ 4-4-2 ถูกใช้บ่อยในฤดูกาลนี้ เราจึงเห็นการใช้กองหน้า 2 คนบ่อยที่สุด (47%) โดยที่มีการใช้กองหน้าคนเดียวเพียง 27% ตามด้วยกองหน้า 3 คน 26%

    ส่วนอัตราการชนะนั้นค่อนข้างใกล้เคียงกัน การใช้กองหน้า 3 คนทำให้มีโอกาสชนะสูงสุดที่ 41% ตามด้วยกองหน้าคนเดียวที่ 40% ส่วนกองหน้า 2 คนมีอัตราชนะน้อยที่สุดที่ 35%

    แต่ก็คล้ายกับข้อมูลข้างต้นที่บอกว่าทีมที่ใช้กองหน้า 3 คนหรือกองหน้าคนเดียวก็คือบาเยิร์นและดอร์ทมุนด์ หากตัดสองทีมนี้ออกแล้วการใช้กองหน้าคนเดียวจะมีอัตราชนะลดลงเหลือ 30% ส่วนการใช้กองหน้า 3 คนก็ลดลงเหลือ 34% 

    เล่นแบบหลากหลายหรือแบบคงที่ดีล่ะ?

    มีสถิติที่บ่งชี้ว่าการเล่นให้หลากหลายกับเล่นแบบไม่ใช้ระบบมากมายเกินไปอันไหนดีกว่ากัน ซึ่งผลคืออันหลังดีกว่า 2 ใน 4 ทีมที่เปลี่ยนแผนการเล่นบ่อยๆ มีอันต้องตกชั้นไปในฤดูกาลนี้ (ฮันโนเวอร์และชตุทท์การ์ท) ในกรณีนี้คงเป็นการพยายามหาระบบการเล่นที่ดีที่สุดให้กับทีมและเปลี่ยนโค้ชเพื่อความอยู่รอด (ชตุทท์การ์ทเปลี่ยน 3 คนในฤดูกาลเดียว) 

    เมื่อดูกลุ่มหัวตารางจะพบว่าทีมที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแผนการเล่นนั้นประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด ทั้งดอร์ทมุนด์ ไลป์ซิก โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค และโวล์ฟสบวร์กต่างคว้าตั๋วฟุตบอลยุโรปได้สำเร็จโดยใช้แผนการเล่นเพียง 4 แบบเท่านั้น ซึ่งแต่ละแบบก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ โดยทีมแชมป์บาเยิร์นใช้ทั้งหมด 5 แผน ส่วนไบเออร์ เลเวอร์คูเซนใช้ทั้งหมด 6 แผน 

    สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง Ones to avoid

    ถ้าคิดอยากจะเอาชนะคู่แข่งในเกมบุนเดสลีกา สิ่งต้องห้ามก็คือห้ามเริ่มเกมด้วยระบบกองหลัง 5 ตัว เพราะตามสถิติของทีมที่เคยลองใช้ระบบนี้นั้นเก็บแต้มไม่ได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว กรณีนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้กองหลังสามคนและมีวิงแบ็คริมเส้นที่ช่วยเติมเกมบุกนะ

เจาะกลยุทธ์

    มีการใช้ระบบ 3-4-2-1 สามครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมาโดยทีมแฟรงค์เฟิร์ต ฮันโนเวอร์และฮอฟเฟนไฮม์ และมีเพียงทีมหลังสุดที่พอจะเก็บแต้มได้จากระบบนี้ มีการใช้ระบบ 3-4-3 ประมาณ 30 ครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งได้รับชัยชนะเพียง 5 นัดและแพ้ถึง 15 นัด

    แล้วฤดูกาล 2019/20 จะเป็นอย่างไร?

    นาเกลส์มันน์กำลังจะขึ้นไปนั่งเก้าอี้กุนซือของแอร์เบ ไลป์ซิกในฤดูกาลหน้าในฐานะโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา โดยเขามีชื่อในเรื่องการคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ๆ ทั้งในและนอกสนาม นาเกลส์มันน์ยังชื่นชอบการใช้แผงหลังสามคน ซึ่งไลป์ซิกเองก็เคยชินกับแผนนี้อยู่แล้วจึงไม่น่าเกิดปัญหาในช่วงเปลี่ยนผลัดเปลี่ยนโค้ช

    ด้านโควัชเองก็เคยแสดงให้เห็นว่าชอบใช้กองหลังสามคนตั้งแต่สมัยที่ยังคุมแฟรงค์เฟิร์ต และพยายามนำมาปรับใช้กับบาเยิร์นจนประสบความสำเร็จในฤดูกาลแรกที่มิวนิค อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งได้ตัวสองกองหลังตัวเก่ง เบนฌาแมง ปาวาร์ และลูคัส แอร์น็องเดซ มาเสริมทัพในแนวรับร่วมกับนิคลาส ซือเล่อ ตัวเลือกอันดับหนึ่ง

    ขณะที่ในรั้วดอร์ทมุนด์ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เมื่อเสือเหลืองเริ่มช็อปปิ้งเสริมทัพไปแล้วหลายราย ทั้งตอร์กาน อาซาร์ ยูเลียน บรันด์ท และนิโค ชูลซ์ และมีทีท่าว่าจะเสริมทัพเพิ่มอีกแน่ๆ ดูแล้วฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มในวันที่ 16 สิงหาคมนี้คงมีอะไรใหม่ๆ ให้ติดตามและน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลย

ติดตามข่าวสาร หรือ ติดต่อเรา สนับสนุนโดย www.เว็บแทงบอล2020.com

นาโปลี

นาโปลี ออเรลิโอ เด ลอเรนติสประธานสโมสร ไม่ต้องการขาย คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังทีมชาติเซเนกัลรายนี้ออกจากทีม อย่างแน่นอนเพราะ…

นาโปลี

นาโปลี กำลังหลัก คาลิดู คูลิบาลี่ มีค่าฉีกสัญญา 150 ล้านยูโรแต่เงื่อนไขจะมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2020 เป็นต้นไปไม่ใช่ในตอนนี้

ทั้งนี้ คาลิดู คูลิบาลี่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพา นาโปลี คว้ารองแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ มีสถิติในการเล่นเกมรับที่โดดเด่นมาก หลังช่วยให้ทีมของ คาร์โล อันเชลอตติ เก็บคลีนชีตได้ 13 นัด, บล็อกลูกยิงได้ถึง 31 ครั้ง และประสบความสำเร็จในการเข้าแท็กเกิ้ลถึง 67 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

สนับสนุนข่าวโดย http://www.ufa1999.com

ต่อพิฆาต

ต่อพิฆาต PT ประจวบทุบ ชัยนาท ฟอร์มยังร้อนแรงเมื่อเปิดบ้านอัดเอาชนะ “นกใหญ่พิฆาต” 3-1 ขึ้นจ่าฝูงโตโยต้าไทยลีกชั่วคราว

ต่อพิฆาต

ต่อพิฆาต ประจวบ เอฟซี ฟอร์มยังร้อนแรง เมื่อเปิดบ้านอัดเอาชนะ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล 3-1 ขยับขึ้นจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก แบบชั่วคราว

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2019 นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พีที ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ชัยนาท ฮอร์นบิล โดยคู่นี้คิกออฟกันในเวลา 20.00 น.

เริ่มเกมในครึ่งแรก นาทีที่ 25 เจ้าถิ่นออกนำก่อน มาธีอัส อัลเวส ครอสบอลจากฝั่งขวามาให้ แฮริสัน ไคออน ขึ้นโขกเต็มหัวบอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายขึ้นนำ ชัยนาท 1-0

ก่อนที่ช่วงท้ายเกมครึ่งแรก นาทีที่ 45+2 ชัยนาท มาเสียจุดโทษก่อนหมดเวลาครึ่งแรกจากจังหวะที่ เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม เสียบสกัด มาเธอัส อัลเวส ล้มลงไป และเป็น แฮริสัน ไคออน สังหารเข้าไปไม่มีพลาดพาทีมนำห่าง ชัยนาท 2-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเริ่มเกมในครึ่งหลัง แต่นาทีที่ 66 ริคาร์โด ซานโตส กองหน้าตัวเก่งของ ชัยนาท วิ่งฉีกออกมารับบอลจากการวางยาวกลางสนามหลุดเข้าไปดวลกับ ขวัญชัย สุขล้อม ก่อนจะยิงเข้าไปไม่มีพลาดพาทีมไล่มาเป็น 1-2

นาทีที่ 75 พีที ประจวบ มาได้ประตูคืนอย่างรวดเร็ว จิตปัญญา ทิสุด ปั่นฟรีคิกไปติดกำแพงก่อนซ้ำดาบสองด้วยซ้ายเข้าใส่ทีมเก่าพาทีมนำห่างเป็น 3-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมจบเกม พีที ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล 3-1 ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก 2019 ชั่วคราว

โปรแกรมต่อไป พีที ประจวบ เอฟซี จะบุกไปเยือน ชลบุรี เอฟซี ส่วน ชัยนาท ฮอร์นบิล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ พีทีที ระยอง เอฟซี ในวันที่ 31 มีนาคม

สื่อตีข่าว

สื่อตีข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าเตรียมแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ คุมทีมเป็นการถาวรในช่วงเบรคสัปดาห์ทีมชาติเดือนนี้ หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

สื่อตีข่าว

สื่อตีข่าว สำหรับกุนซือชาวนอร์เวย์เข้ามาทำให้ทีมปีศาจแดงพลิกฟอร์มจากสมัย โชเซ่ มูรินโญ่ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อคว้าชัยชนะได้ถึง 14 เกม, เสมอ 2 เกม และแพ้เพียงแค่ 2 เกม ทำให้มีกระแสเรียกร้องให้ทางสโมสรแต่งตั้งเขานั่งเก้าอี้ถาวร

ล่าสุด Mirror รายงานข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะให้ โซลชาร์ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการประกาศแต่งตั้งในช่วงพักเบรคสัปดาห์ทีมชาติเดือนนี้ จากที่ตอนแรกตั้งใจเอาไว้ว่าจะเป็นช่วงปิดฤดูกาล เนื่องจากว่าจะได้มีการเตรียมทีมล่วงหน้าสำหรับฤดูกาลถัดไปให้เป็นเรื่องเป็นราวกันไปเลยนั่นเอง

ลินเดเลิฟ

ลินเดเลิฟ กองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่าการที่เขาพูดจาภาษาบ้านเกิดกับกุนซือรักษาการ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้น

ลินเดเลิฟ

ลินเดเลิฟ เซ็นเตอร์แบ็คชาวสวีเดนถูก โชเซ่ มูรินโญ่ ซื้อตัวเข้ามาจาก เบนฟิก้า เมื่อปี 2017 แต่ก็ไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมได้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษ แถมยิ่งเล่นยิ่งขาดความมั่นใจ จึงถูกดร็อปยาวมาจนกระทั่งได้ลืมตาอ้าปากเมื่อ โซลชาร์ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม

ลินเดเลิฟ ให้เหตุผลว่ามันเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับเขาในการพูดภาษาบ้านเกิด โดยกล่าวว่า “มันเป็นเรื่องเยี่ยมเสมอที่ได้พูดจาภาษาเดียวกัน ผมคุยกับเขาเป็นภาษาสวีดิช ขณะที่เขาก็พูดภาษานอร์วีเจี้ยน”

“เขาช่วยผมมาตั้งแต่ตอนแรก และเขาก็บอกให้ผมเล่นในเกมของผมเอง ทำในสิ่งที่ผมทำได้ดี เขาทำให้ผมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมันก็ช่วยผมได้ดีทีเดียว”

สำหรับ ลินเดเลิฟ มีโปรแกรมลงสนามให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เลกสอง เจอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ที่สนาม ปาร์ก เดอส์ แปร็งส์ ในคืนวันพุธที่ 6 มีนาคมนี้ เริ่มแข่ง 03.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

ดาโลต์

ดาโลต์ แบ็คขวาดาวรุ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ขอยอมรับการถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานของสโมสรอย่าง แกรี่ เนวิลล์ โดยบอกว่าเขายังต้องพัฒนาฝีเท้าอีกไกล

ดาโลต์ ฟูลแบ็คชาวโปรตุเกสถูก โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตผู้จัดการทีมปีศาจแดงคว้าตัวเข้ามาเมื่อช่วงซัมเมอร์ และเขาก็ได้รับคำชมเป็นอย่างมากจากกุนซือรายนี้ โดยบอกว่าสามารถก้าวขึ้นไปทาบกันตำนานอย่าง เนวิลล์ ที่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มานาน 19 ปีได้เลย

ดาโลต์

อย่างไรก็ตาม ดาโลต์ ก็ได้กล่าวว่า “มันคือหน้าที่ความรับผิดชอบของผม แต่ผมจะไม่ขอรับคำชมนั้นหากว่าผมยังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับท็อปได้ สำหรับผมแล้วมันน่าปลาบปลื้มที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับนักเตะระดับนั้น”

“มันคือคำพูดจาก มูรินโญ่ แต่ผมก็ต้องการที่จะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาในแบบของผมเองที่นี่ และผมก็จะพยายามพัฒนาฝีเท้าต่อไป หวังว่าผมจะได้อยู่ที่นี่ต่อไป ได้เล่นให้กับ ยูไนเต็ด ไปอีกหลายปี”

สำหรับ ดาโลต์ นั้นได้ลงสนามให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 11 เกม หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดช่วงแรก จนทำให้แทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมสักเท่าไหร่

ไม่รอด

ไม่รอด เมื่อ โปร ปิอาเชนซ่า ทีมสุดฉาวในศึก ซีเรีย อา ถูกถอดออกจากการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย หลังปล่อยให้คู่แข่งถลุงเละ 20-0

ไม่รอด โปร ปิอาเชนซ่า ทีมในศึก ซีเรีย ซี ที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินและเบี้ยวค่าจ้างผู้เล่นและทีมงาน จนพากันลาออกจากสโมสร ทำให้ต้องส่งผู้เล่นเยาวชนวัยระหว่าง 16-19 ปี ลงสนาม พร้อมให้แข้งเยาวชนรับหน้าที่ผู้จัดการทีมไปในตัว ก่อนจะพ่ายให้กับ เอซี คูเนโอ เละเทะ 0-20 กลายเป็นสกอร์ขาดที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังอิตาลี

ไม่รอด

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โปร ปิอาเชนซ่า ถูกสมาคมฟุตบอลอิตาลีถอดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย พร้อมปรับให้ เอซี คูเนโอ ชนะเพียง 3-0 เท่านั้น

นอกจากนี้ ลีกา โปร ยังทำการปรับเงิน โปร ปิอาเชนซ่า เป็นเงิน 20,000 ยูโร (ประมาณ 700,000 บาท) โดยให้เหตุผลว่า “เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้” และยังตำหนิสโมสรกับวีรกรรมสุดฉาวในครั้งนี้อีกด้วย

แอลเอ แกแล็กซี่

แอลเอ แกแล็กซี่ สโมสรดัง เมเจอร์ ลีก สหรัฐอเมริกา เตรียมเปิดตัวรูปปั้น เดวิด เบ็คแฮมอดีตนักเตะของพวกเขาที่หน้าสนามแข่งในเดือนหน้า

แอลเอ

แอลเอ แกแล็กซี่ เบ็คแฮม ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เคยค้าแข้งให้กับทีมจาก ลอส แอนเจลีส อยู่นาน 6 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2007 โดยช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เอ็มแอลเอส คัพ ติดต่อกัน 2 สมัย เมื่อปี 2011 และ 2012

ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า แอลเอ แกแล็กซี่ เตรียมเปิดตัวรูปปั้นของตำนานมิดฟิลด์ชาวอังกฤษรายนี้ที่หน้าสนาม ดิกนิตี้ เฮลธ์ สปอร์ตส พาร์ค ก่อนหน้าเกมแรกของฤดูกาล ซึ่งพวกเขาจะเปิดบ้านพบกับ ชิคาโก้ ไฟร์ ในวันที่ 2 มีนาคม

สำหรับ เบ็คแฮม ปัจจุบันเป็นเจ้าของสโมสรร่วมของ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมน้องใหม่ที่เตรียมเข้าร่วมแข่งขัน เมเจอร์ ลีก ในปี 2020 ขณะเดียวกันก็ถือหุ้นสโมสร ซัลฟอร์ด ซิตี้ ทีมนอกลีกในบ้านเกิดร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง แกรี่ เนวิลล์, ฟิล เนวิลล์, ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์ และ นิคกี้ บัตต์ ด้วย

คอนเฟิร์ม ดอร์ทมุนด์ซื้อขาดอัลกาเซร์เรียบร้อย

คอนเฟิร์ม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำการซื้อขาด ปาโก้ อัลกาเซร์ หัวหอกฟอร์มร้อน จาก บาร์เซโลน่า เรียบร้อย เผยค่าตัวขั้นต้นอยู่ที่ 23 ล้านยูโร

คอนเฟิร์ม

คอนเฟิร์ม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรจ่าฝูงในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ใช้ออปชั่นซื้อขาด ปาโก้ อัลกาเซร์ กองหน้าชาวสแปนิช จาก บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ตัวนักเตะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมระหว่างสัญญายืมตัว

    เดิมที อัลกาเซร์ ย้ายมาร่วมก๊วน “เสือเหลือง” แบบสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจทันที โดยตอนนี้กระทุ้งไปแล้ว 13 ประตู จากการลงเล่นให้ทีมรวมทุกรายการ 18 นัด จนล่าสุด ดอร์ทมุนด์ ตัดสินใจซื้อขาดเรียบร้อย

ตามแถลงการณ์จาก บาร์เซโลน่า ระบุว่า ดอร์ทมุนด์ จะจ่ายเงินเบื้องต้นจำนวน 23 ล้านยูโร (ประมาณ 828 ล้านบาท) ให้กับพวกเขา เพื่อเป็นค่าตัวของ อัลกาเซร์ และอาจจะจ่ายเพิ่มให้อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 180 ล้านบาท) ในอนาคต นอกจากนี้ บาร์ซ่า จะได้เงิน 5% จากค่าตัวของ หัวหอกวัย 25 ปี ด้วย หาก ดอร์ทมุนด์ ตัดสินใจขายนักเตะรายนี้ในอนาคต

เจอกันช้าไป

เจอกันช้าไป หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกจอมเก๋าของ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่าเขาอยากจะทำงานกับกุนซือที่ ลิเวอร์พูล ทีมเก่าอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์

โดยแข้งวัย 31 ได้ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล 110 นัดพร้อมตะบันไปได้ถึง 69 ประตูพร้อมเกือบพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2013-14 ด้วย

เจอกันช้าไป

“เราสองคนต่างทำงานให้คนละสโมสรนี่จึงไม่ใช่ประเด็นของผมในตอนนี้ แต่แน่นอนว่านักเตะทุกคนล้วนต่างก็อยากทำงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่แล้ว” ซัวเรซ กล่าว

ขณะที่หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยก็ได้พูดถึงความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ด้วยว่า “ทุกคนที่ได้เล่นกับ ลิเวอร์พูล จะมีสายสัมพันธ์กับทีมไปตลอดชีวิต”

“ตอนนี้ ลิเวอร์พูล นั้นเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ และผมเองก็สนใจว่าพวกเขาจะทำได้ดีขนาดไหนในตอนนี้ ซึ่งมันก็สามารถคาดหวังได้สูงเลยล่ะ”

สนับสนุนข่าว http://www.ufa567.com